Quwatulbanaat's profileJama'ah QuwatulbanaatPhotosBlogListsMore Tools Help

Jama'ah Quwatulbanaat

"หลักธรรมของอัลลอฮฺ และจะมีหลักธรรมของใครอีกเล่า ที่จะสวยงามยิ่งไปกว่าของอัลลอฮฺ" (บากอเราะฮฺ:138)

~*** Quwatulbanaat ***~

christian germans convert to islam-english

 

Quwatulbanaat Shabaab

Occupation
Location

คุยกับ Quwatulbanaat

Loading...
Photo 1 of 8
by 

**Rasoul_Allah**

Ahlan_WA_Sahlan

web stats
November 22

วิถีแห่งอัล-กรุอ่าน

วิถีแห่งอัล-กุรอาน

Sample Image

เมาลานา อบุล อะอฺลา อัล เมาดูดียฺ เขียน
อัล อัค แปลและเรียบเรียง

 

       ถ้าหากว่าท่านต้องการประสานตัวท่านเข้ากับจิตวิญญาณแห่งอัลกุรอาน ท่านต้องนำตัวของท่านเข้าไปเกี่ยวข้องกับการต่อสู้เพื่อให้ภารกิจของมัน ลุล่วงสมบูรณ์ด้วยการปฏิบัติ

      อัลกุรอานนั้นมิใช่หนังสือว่าด้วยทฤษฎีนามธรรม หรือแนวความคิดที่แข็งทื่อ ที่ใครจะสามารถศึกษาให้เข้าใจลึกซึ้งได้ขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยก และไม่ใช่เป็นเพียงคัมภีร์ทางศาสนาเช่นคัมภีร์ศาสนาอื่นๆ ที่ความหมายของมันสามารถศึกษาให้เข้าใจด้วยการสัมมนาและการพูด

       ในทางตรงข้าม คัมภีร์กุรอานเป็นคัมภีร์ที่บรรจุไว้ด้วยสาส์นและการเชิญชวนที่ก่อให้เกิดขบวนการเคลื่อนไหว จากนาทีแรกที่มันถูกส่งลงมา มันได้ทำให้คนที่เงียบขรึมและมีคุณธรรมทิ้งชีวิตสันโดษของตนมาเผชิญโลกที่กำลังเป็นกบฏต่ออัลลอฮฺ

       อัล-กุรอานได้กระตุ้นเขาให้ลุกขึ้นเปล่งเสียงคัดค้านความเท็จ เข้าต่อกรกับบรรดาเทพเจ้าแห่งการปฏิเสธ ความชั่วและความไม่ยุติธรรมอย่างดุเดือด คนแล้วคนเล่า จากทุกๆบ้าน ที่ อัล-กุรอานได้ดึงเอาจิตวิญญานที่บริสุทธิ์อันสูงส่งออกมา และรวมมันไว้ภายใต้ร่มธงแห่งสัจธรรม ในทุกส่วนของแผ่นดิน มันได้ทำให้บรรดาผู้หลงผิดที่สร้างความเสื่อมเสียต่างลุกขึ้นมาทำสงครามต่อ ต้านบรรดาผู้แบกรับสัจธรรม

      นี่ คือคัมภีร์ที่สร้างขบวนการอันรุ่งโรจน์พร้อมด้วยเสียงของคนผู้หนึ่งที่คอย ให้ทางนำอยู่เป็นเวลาถึงยี่สิบสามปีจนกระทั่งอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าได้ ถูกก่อตั้งขึ้นมาบนหน้าแผ่นดิน

      ทุกขั้นตอนในช่วงแห่งการต่อสู้อย่างสุดหัวใจระหว่างสัจธรรมและความเท็จนั้น คัมภีร์เล่มนี้ได้แสดงให้ผู้ปฏิบัติตามมันได้เห็นถึงแนวทางที่จะถอนรากถอนโคนระบบเก่าและสร้างระบบใหม่ขึ้นมา

      ดัง นั้น มันเป็นไปได้หรือที่เราจะไปถึงหัวใจของคัมภีร์กุรอานได้เพียงแค่อ่านถ้อยคำ ของมันโดยไม่ก้าวเข้าไปในสนามรบแห่งการศรัทธาและการปฏิเสธ  สนามรบแห่งอิสลามและความญาฮิลียะฮฺโดยไม่ผ่านขึ้นตอนของการต่อสู้ใดๆ

      เป็นไปไม่ได้  ท่านจะสามารถเข้าใจอัลกุรอานได้ก็ต่อเมื่อท่านศึกษามัน เริ่มปฏิบัติตามมันแล้วเรียกร้องมนุษยชาติสู่พระผู้เป็นเจ้า  และเมื่อทุกขั้นตอนที่ท่านใช้เป็นไปโดยการเชื่อฟังทางนำของมันเท่านั้นSample Image

      แล้วเมื่อนั้นท่านก็จะได้ผ่านเหตุการณ์และประสบการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างการประทานโองการ ท่านจะได้ผ่านมักกะฮฺ อบิสสิเนีย และฏออิฟ ท่านจะได้เผชิญกับบัดรฺ อุฮุด หุนัยน์และตะบูก ท่านจะได้ประจัญหน้ากับอบู ญะฮัล  และอบู ละฮับ ท่านจะได้พบกับพวกมุนาฟิก และพวกยิว ท่านจะได้พบกับบรรดาผู้ที่ตอบสนองคำเรียกร้องของกุรอานเช่นเดียวที่จะได้พบบรรดาผู้ที่เข้ามาสู่อิสลามเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ท่านจะได้พบกับรูปแบบมนุษย์เหล่านี้ทุกรูปแบบ และท่านจะได้เกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ทั้งหมด

     นี่เป็นวิถีที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เรียกว่า “วิถีแห่งรหัสนัย” ซึ่งข้าพเจ้าให้ชื่อว่า“วิถีแห่งอัล-กุรอาน”บนหนทางนี้ เมื่อท่านผ่านขั้นตอนต่างๆ ซู เราะฮฺบางซูเราะฮฺและโองการบางโองการจะเปิดเผยสาส์นของมันให้แก่ท่านและจะ บอกท่านว่ามันได้ถูกประทานลงมาสำหรับขั้นตอนที่ท่านกำลังผ่านอยู่ 

    ท่านอาจจะไม่เข้าใจภาษาและไวยากรณ์ ท่านอาจจะไม่เข้าใจสำนวนโวหาร และความหมายของคำบางคำในคัมภีร์กุรอาน แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่คัมภีร์กุรอานจะไม่เปิดเผยเจตนารมณ์ที่สมบูรณ์และถูกต้องของมันให้แก่ท่าน ในทำนองเดียวกัน ไม่มีใครจะสามารถเข้าใจคำสั่งทางกฎหมาย คำสอนทางศีลธรรม  แนวทางทางการเมือง และเศรษฐกิจของอัล-กุรอานได้เว้นเสียแต่ว่าและจนกว่าเขาจะนำมันมาปฏิบัติ

                                                                                                      

                                                                                                                                                  อ้างอิงจาก...www.islam.in.th

November 07

งานเพื่ออัลลอฮฺ ไม่เคยสูญเปล่า(ร่วมสมทบทุน)

 

อัสลามูอาลัยกุมพี่น้องร่วมศรัทธาทุกท่าน

 

เนื่องจากทางกลุ่มกูวาตุลบานาตกำลังหาทุนเพื่อจัดกิจกรรม 3 โครงการ ดังนี้

 

1. โครงการพบปะมุสลิมะ นักดาอียะฮฺ ภาคใต้

 

2. โครงการเผยแพร่ความรู้กับต่างศาสนิก

 

3. ค่ายอบรมเยาวชนมุสลิมะฮฺ

 

พี่น้องท่านใดสนใจร่วมสมทบทุน โดยการสั่งซื้อ สินค้าของกลุ่ม ผ่านทาง นางสาวซาฟีนะห์ 081-8985435 หรือทาง quwatulbanaat@hotmail.com

 

ที่คั่นหนังสือ(ด้านหลังเป็นปฏิทินปี 2009) ราคา ใบละ12 บาท  กระเป๋าใบละ 89 บาท

 

หรือบริจาคผ่านบัญชีกลุ่มโดยตรง เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของ ญามาอะฮฺ

 

ชื่อบัญชี น.ส. นริสรา ราชแดหวา  ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาหาดใหญ่ เลขบัญชี  934-1-15563-0

 

หรือ ส่งธนาณัติออนไลน์ ได้ที่ นางสาวนริสรา ราชแดหวา 102/401 ถ.เพรชเกษม อ. หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110

กรณีส่งธนาณัติรบกวนโทรแจ้งล่วงหน้า ที่ 086-9653002

 

แท้จริงการงานเพื่ออัลลอฮฺนั้นมิเคยสูญหาย

 

ขออัลลอฮฺทรงตอบรับการงานที่ดีของเราและท่าน

 

เราเป็นเพียงสนามทำงานเล็กๆที่รอผู้มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่เพื่ออัลลอฮฺมาร่วมทำงานกับเรา

 

1101123569

121314478

 

151617181920

 

DSC06646DSC06647DSC06650DSC06653DSC06643DSC06644

 

 

 

October 31

เมื่อชายหญิงพูดคุยกัน

PDF พิมพ์ อีเมล์

เมื่อชายหญิงพูดคุยกัน

 

โดย ชัยคฺ มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล มุนัจญิด

อิบนุ อับดุรรอูฟ แปลและเรียบเรียง

 

 

คำถาม: คำถามของฉันเกี่ยวกับมารยาทในการพูดคุยระหว่างชายหญิง? ฉันต้องการความชัดเจน  จะอนุญาตให้มีการสลามแก่มุสลิมะฮฺ ซึ่งไม่ใช่มะหฺร็อมได้หรือไม่? หรืออนุญาตให้พูดคุยกับมุสลิมะฮฺ เหมือนที่เราพูดคุยกับมุสลีมีน(ผู้ชายมุสลิม)ได้หรือไม่? มีขอบเขตในการพูดคุยกับผู้หญิงอย่างไร?

 

คำตอบ: การสรรเสริญทั้งมวลเป็นของอัลลอฮฺ สรุปสั้นๆว่า ฟุเกาะฮาอ์(นักนิติศาสตร์อิสลาม)กล่าวว่า เสียงของผู้หญิงนั้น ไม่ใช่เอาเราะฮฺ(สิ่งที่ต้องปกปิด)โดยตัวมันเอง ดังนั้นมันจึงไม่ได้ห้ามที่จะฟัง เมื่อมีความจำเป็นต้องฟัง พวกเขาจึงไม่ได้ห้ามการฟัง แต่ต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

            ผู้หญิงต้องไม่ลากเสียงให้ยาว ต้องไม่ทำเสียงให้อ่อนหวาน หรือยกเสียงสูง(ทั้งหมดนี้หมายถึงการพูดจาให้อยู่ในระดับปกติ ไม่ได้ดัดเสียงเพื่อสร้างแรงดึงดูดใจแก่ผู้ฟัง) มันเป็นที่ต้องห้ามสำหรับผู้ชายที่จะฟังอย่างเพลิดเพลิน เพราะเกรงว่าจะเกิดฟิตนะฮฺขึ้น

            ปัจจัยชี้ชัดที่รู้กันดีว่าเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้หญิงเกี่ยวกับคำพูดและเสียงนั้น อยู่ในอายะฮฺดังต่อไปนี้

            โอ้ บรรดาภริยาของนะบีเอ๋ย! พวกเธอไม่เหมือนกับสตรีใด ๆ ในเหล่าสตรีอื่นหากพวกเธอยำเกรง(อัลลอฮฺ)ก็ไม่ควรพูดจาเพราะพริ้งนัก เพราะจะทำให้ผู้ที่ในหัวใจของเขามีโรคเกิดความโลภ แต่จงพูดด้วยถ้อยคำที่พอเหมาะพอควร(อัล อะหฺซาบ 33 : 32)

ดังนั้นจึงเป็นการห้ามที่จะทำเสียงให้นุ่มนวลเกินไปในการพูดคุย เป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้หญิงต้องต้องพูดคุยด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามครรลองอิสลาม ซึ่งความหมายของมันเป็นไปตามที่มุฟัสซิรีน(นักอธิบายอัล กุรอาน)ได้อธิบายไว้ว่า พวกนางต้องไม่ทำให้คำพูดนั้นอ่อนหวาน ขณะที่สนทนากับพวกผู้ชาย

            กล่าวโดยสรุปว่า สิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงมุสลิม เมื่อต้องพูดคุยกับชายที่ไม่ใช่มะหฺร็อมก็คือ   ต้องยึดมั่นกับหลักการตามอายะฮฺที่ยกมาข้างต้น

            ผู้หญิงมุสลิมจะต้องถอนตัวออกจากสิ่งที่ต้องห้าม และปฏิบัติหน้าที่ต่างๆให้ลุล่วง นางควรจะพูดกับผู้ชายเฉพาะเมื่อจำเป็น และเฉพาะเรื่องที่อนุญาตและเป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่เรื่องที่เสื่อมเสีย

            และการพูดระหว่างนางกับชายที่ไม่ใช่มะหฺร็อมนี้ จะต้องไม่มีการทำเสียงสูงเสียงต่ำหรือแสดงท่าทางต่างๆ หรือการพูดคุยไร้สาระ สนุกสนาน และตลกขบขันต่างๆ เพื่อไม่เปิดช่องทางให้เกิดการกระตุ้นอารมณ์ฝ่ายต่ำและความเคลือบแคลงต่างๆ

            ผู้หญิงไม่ได้ถูกปิดกั้นจากการพูดคุยกับชายที่ไม่ใช่มะหฺร็อม เมื่อจำเป็นต้องพูดคุย ได้แก่เรื่องที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับนางโดยตรง เช่น การซื้อของ หรือการประกอบธุรกิจอื่นๆ เพราะว่ากรณีนี้ทั้งสองฝ่ายต้องมีการพูดคุยกัน

           

เช่นเดียวกันผู้หญิงก็อาจถามอุละมาอฺ(นักวิชาการอิสลาม)เกี่ยวกับประเด็นทางชะรีอะฮฺ หรือผู้ชายก็อาจถามนางได้ ดังที่มีตัวบทที่ยืนยันชัดเจนจากอัล กุรอานและซุนนะฮฺ

            ตามกรอบที่ได้วางไว้ข้างต้นแล้ว ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดที่ผู้หญิงจะพูดคุยกับชายที่ไม่ใช่มะหฺร็อม จึงอนุญาตให้ผู้ชายสามารถให้สลามผู้หญิงได้หรือในทางตรงกันข้ามก็อนุญาตให้ผู้หญิงทำเช่นนั้นได้เช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานที่แข็งแรง

อย่างไรก็ตามการทักทายนี้ต้องไม่มีสิ่งใดที่กระตุ้นสัญชาตญานฝ่ายต่ำในตัวของคนที่หัวใจมีโรค เป็นไปตามเงื่อนไขที่ว่าต้องให้ปลอดภัยจากฟิตนะฮฺ ดังนั้นต้องเอาใจใส่กับกรอบที่วางไว้ข้างต้นด้วย

ถ้าหากเกรงว่าฟิตนะฮฺจะเกิดขึ้นเนื่องจากการให้สลาม ก็ให้ยุติการทักทายด้วยสลามแก่ผู้หญิงเสีย ไม่ว่าจะให้หรือรับสลามก็ตาม เพราะว่าการละทิ้งฟิตนะฮฺด้วยการยุติการให้สลามนั้นคือการป้องกันความเสื่อมเสียที่จะเกิดขึ้น  สรุปก็คือ หลักในการป้องกันสิ่งที่จะก่อให้เกิดผลร้าย เป็นเรื่องที่มาก่อนการทำสิ่งที่อาจก่อให้เกิดผลดี(เช่น แม้ว่าการให้สลามเป็นสิ่งดี แต่หากกลัวว่าจะมีฟิตนะฮฺก็ให้เลือกยุติการให้สลามเป็นการดีกว่า-ผู้แปล)

(อ้างจาก อัล มุฟัศศ็อล ฟี อะหฺกาม อัล มัรอะฮฺ โดยเชค ดร. อับดุล กะรีม ซัยดาน เล่ม 3/227)

 

วัลลอฮุ อะอฺลัม อัลลอฮฺคือผู้รู้ดีที่สุด

 

 

คัดลอกจาก....www.fityah.com

October 28

ท่านยังสนุกกับดุนยาอีกหรือ?....จาก FW mail

 

 

อัสลามูอาลัยกุม

พี่น้องผู้ใคร่ครวญต่อวันสิ้นโลกทั้งหลายครับ

 

ถึงเวลาที่พี่น้องทั้งหลายจะใคร่ครวญถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือยังครับ

 

ความโกลาหลที่เกิดขึ้น ณ สองประเทศนั้นบ่งบอกถึงสัญญาณวันกียามัตแล้วหรือยังครับ หรือพี่น้องยังนอนหลับ สบายกับความเพลิดเพลินในแต่ละวันอยู่ครับ

 

พี่น้องครับ

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันมิได้ทำให้อีหม่านท่าน ความยำเกรงของท่าน เพิ่มมากขึ้นเลยกระนั้นหรือครับ

 

หรือท่านต้องได้รับถึงการทดสอบอย่างนั้นก่อนถึงท่านจะกลับไปสู่อิสลาม ถึงท่านจะสำนึกในความผิด ถึงท่านจะละเลิกชมละครน้ำเน่า หรือรายการเพลงต่างๆที่ทำให้ท่านหลงลืมการค้นคว้าอิสลามเพื่อเป็นเสบียงของท่านเมื่อวันดังกล่าวมาถึงครับ

 

พิจารณาและใคร่ครวญเถิดครับ

อีกไม่กี่วัน อีกไม่กี่ปี ความโกลาหลที่ยากต่อการคิดและคำนวญกำลังจะมาถึงแล้วครับพี่น้องเอ๋ย อย่าหลงกับดุนยาอีกเลย กลับมาศึกษาอิสลามอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที

 

พี่น้องครับ

 

เมื่อวันหนึ่ง
วันแห่งการฟื้นคืนชีพมาถึง
เราคงรู้สึกอยากแก้ไขอะไรหลายๆอย่างในชีวิตที่ผ่านมา
เรื่องราวในอดีตที่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องสนุกสนาน
แต่มันกลับขมขื่นยิ่ง ณ วันนั้น


วันที่เราเดินควงแขนกับต่างเพศ

ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน
วันนั้นที่เรามีความสุขเหลือเกิน ใจสองเราอยู่ใกล้ชิดกัน


วันที่เราละเลยไม่ใส่ใจกับเวลาของการละหมาด
จนเวลาล่วงเลยผ่านมา เราก็ยังทำเป็นเฉยชา


วันที่หูของเราเคล้าแต่เสียงเพลง
มากกว่าที่มันจะฟังเสียงกุรอ่าน


วันที่ปากของเรากัดกินเนื้อพี่น้องที่ตายไปแล้ว
มากกว่าที่จะเปล่งคำพูดเพื่อตักเตือนกัน


วันที่สองมือของเราถูกขยับเพื่อใช้แช็ทกับเพื่อนข้ามคืนอย่างไร้สาระ
มากกว่าที่มันจะถูกหยิบจับเพื่อการบริจาค


วันที่นิ้วของเราถูกใช้เพื่อกดเบอร์โทรศัพท์หาใครบางคน
มากกว่าที่มันจะขยับกดซีดีบรรยาย


วันที่น้ำตาของเราถูกหลั่งเพื่อดูบทพระเอกพร่ำกับนางเอกก่อนตาย
มากกว่าที่มันจะถูกหลั่งเพื่อการเกรงกลัวอัลลอฮฺ


วันที่สองเท้าของเราย่ำเข้าไปในโรงหนังทุกอาทิตย์
มากกว่าที่มันจะถูกย่ำไปมัสยิดทุกเวลา


วันนี้ของเรา...ยังไม่ถึงวันนั้น
วันที่ท่านจะไม่พูดอะไร นอกจากเท้าของท่าน มือของท่าน

จะเป็นผู้ตอบเอง


ท่านยังมีเวลาที่จะกลับตัว เตาบัต
แก้ไขในวันข้างหน้าให้อยู่บนเส้นทางที่เที่ยงธรรม


อย่าหลอกตัวเอง ว่าอีกนาน กว่าความตายจะมาถึง
อย่าหลับตา โดยที่ไม่นึกถึงเลยว่า พรุ่งนี้ท่านอาจจะไม่ตื่น
อย่าทำเป็นรู้ดี ว่าตอนนี้ฉันทำบุ­มากมายเพียงพอแล้ว
อย่าปิดหู หากมีคนมาบอกท่านว่า เพื่อนของท่านนั้นถึงแก่อะ­ั้ลแล้ว
อย่าเดินผ่านกุโบร์ โดยที่ท่านไม่เหลียวมองมันเลยว่า


วันหนึ่งฉันก็ต้องอยู่ในนั้น
วันแห่งการฟื้นคืนชีพ ใกล้มาถึงแล้ว

โลกใบกลมเบี้ยวๆใบนี้ แก่มากแล้ว เหนื่อยมากแล้ว
อีกไม่นานก็ต้องดับสู­


แต่มนุษย์ยังคงต้องตื่นอีกครา
เพื่อเรียกมาสอบสวนและให้ผลตอบแทนในสิ่งที่กระทำไว้บนดุนยา
เป็นวันซึ่งไม่มีใครช่วยเหลือใครได้เลย......


'และจงเกรงกลัววันหนึ่ง ซึ่งในวันนั้นไม่มีใครสามารถที่จะช่วยใครได้แต่อย่างใด 
และการไถ่โทษแทนจากใครก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ 
การขอไถ่แทนก็จะไม่เป็นประโยชน์แก่ใคร 
และผู้ที่ทำผิดทั้งหลายจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ'


อัลบากอเราะฮฺ : 123

October 14

และจะมีผู้ใดอีกเล่าที่ดียิ่งในบรรดาผู้ช่วยเหลือ?

ด้วยพระนามของอัลลอฮผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

 

ความเจริญสุขจงมีแด่พระผู้ซึ่งอำนาจอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง

พระผู้ทรงให้มีความตายและให้มีความเป็น เพื่อจะทดสอบพวกเจ้าว่าผู้ใดบ้างในหมู่พวกเจ้าที่มีผลงานดียิ่ง และพระองค์เป็นผู้ทรงมีอำนาจ ผู้ทรงให้อภัยเสมอ

พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งเจ็ดเป็นชั้น ๆ เจ้าจะไม่เห็นแต่อย่างใดในความไม่ได้สัดส่วนในการสร้างของพระผู้ทรงกรุณาปรานี ดังนั้นเจ้าจงหันกลับมามองดูซิ เจ้าเห็นรอยร้าวหรือช่องโหว่บ้างไหม ?

แล้วจงหันกลับมามองอีกเป็นครั้งที่สอง สายตานั้นก็จะกลับมายังเจ้าด้วยการยอมจำนนและในสภาพที่ละเหี่ย

 

 

และโดยแน่นอนเราได้ประดับท้องฟ้าของโลกนี้ด้วยแสงดาวเป็นแสงประทีป และเราได้ทำให้มันเป็นอาวุธไล่ชัยฏอน และเราได้เตรียมการลงโทษด้วยไฟอันร้อนแรงสำหรับพวกมัน

และสำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเขานั้น คือการลงโทษแห่งนรกญะฮันนัม และมันเป็นทางกลับที่ชั่วช้ายิ่ง

เมื่อพวกเขาถูกโยนลงไปในนรก พวกเขาจะได้ยินเสียงของมันครวญครางขณะที่มันกำลังเดือดพล่าน

มันแทบจะระเบิดออกไปเพราะความเคียดแค้น ทุกครั้งที่พวกหนึ่งถูกโยนลงไปในมัน ยามเฝ้านรกจะถามพวกเขาว่า มิได้มีผู้ตักเตือนมายังพวกเจ้าดอกหรือ?

 พวกเขากล่าวว่า มี ได้มีผู้ตักเตือนมายังเรา แต่พวกเราได้ปฏิเสธและเราได้กล่าวอีกว่าอัลลอฮฺมิได้ทรงประทานสิ่งใดลงมา พวกท่านต่างหากที่อยู่ในการหลงผิดอย่างมาก

และพวกเขากล่าวอีกว่า หากพวกเราฟังและใช้สติปัญญาใคร่ครวญ พวกเราก็มิได้อยู่เป็นชาวนรกอย่างนี้ดอก

พวกเขายอมสารภาพในความผิดของพวกเขา แต่มันห่างไกลไปเสียแล้วสำหรับชาวนรก

 

 

แท้จริงบรรดาผู้ยำเกรงต่อพระเจ้าของพวกเขาโดยทางลับ สำหรับพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษ และรางวัลอันใหญ่หลวง

และพวกเจ้าจงปิดบังคำพูดของพวกเจ้าหรือเปิดเผยมันก็ตาม แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในทรวงอก

พระผู้ทรงสร้างจะมิทรงรอบรู้ดอกหรือ? พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วน ผู้ทรงตระหนักยิ่ง

พระองค์คือผู้ทรงทำแผ่นดินนี้ให้ราบเรียบสำหรับพวกเจ้า ดังนั้นจงสัญจรไปตามขอบเขตของมัน และจงบริโภคจากปัจจัยยังชีพของพระองค์ และยังพระองค์เท่านั้นการฟื้นคืนชีพ

พวกเจ้าจะปลอดภัยละหรือ จากการที่พระผู้ทรงสถิตอยู่ ณ ฟากฟ้าจะให้แผ่นดินสูบพวกเจ้าแล้วขณะนั้นมันจะหวั่นไหว ?

หรือว่าพวกเจ้าจะปลอดภัยจากการที่พระผู้ทรงสถิตอยู่ ณ ฟากฟ้าจะทรงส่งลมหอบก้อนกรวดให้กระหน่ำมายังพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะได้รู้ว่าการตักเตือนของข้าเป็นเช่นใด

 

 

และโดยแน่นอน (บรรดา)หมู่ชนก่อนหน้าพวกเขาได้ปฏิเสธมาก่อนแล้ว ดังนั้นการปฏิเสธคำตักเตือนของข้ามีผลเป็นอย่างไร

 

พวกเขามิได้มองดูนกที่บินอยู่เบื้องบนพวกเขาหรอกหรือ มันกางปีกและหุบปีกของมัน ไม่มีผู้ใดจะไปจับดึงมันไว้ได้ นอกจากพระผู้ทรงกรุณาปรานี แท้จริงพระองค์ทรงมองเห็นทุกสิ่งอย่าง

หรือผู้ใดเล่า ซึ่งเขาเป็นพลพรรคของพวกเจ้า ที่จะช่วยเหลือพวกเจ้าอื่นจากพระผู้ทรงกรุณาปรานี พวกปฏิเสธศรัทธาต่นั้นมิใช่อื่นใดเลยนอกจากอยู่ในการหลอกลวงเท่านั้น

หรือผู้ใดเล่าซึ่งเขาจะให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า หากพระองค์ทรงระงับปัจจัยยังชีพของพระองค์ไว้ แต่ว่าพวกเจ้าดื้อรั้นอยู่ในความหยิ่งยโส และห่างไกลจากความจริง

 

ผู้ที่เดินคว่ำขมำบนใบหน้าของเขาจะเป็นผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้องกว่า หรือว่าผู้ที่เดินตัวตรงบนแนวทางที่เที่ยงตรง

 

จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) พระองค์คือผู้ทรงบังเกิดพวกเจ้า และทรงทำให้พวกเจ้ามีหู มีตาและมีหัวใจ ส่วนน้อยเหลือเกินที่พวกเจ้าจะขอบคุณ

จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) พระองค์เป็นผู้แพร่เผ่าพันธุ์ของพวกเจ้าในแผ่นดิน และพวกเจ้าจะถูกรวบรวมให้กลับไปหาพระองค์

และพวกเขากล่าวว่า เมื่อใดเล่าสัญญานี้จะเกิดขึ้น หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง

จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ความรู้ในเรื่องนั้นอยู่ที่อัลลอฮ ความจริงฉันเป็นเพียงผู้ตักเตือนอันแจ่มแจ้งเท่านั้น

 

 

ต่อเมื่อพวกเขาเห็นมัน(การลงโทษ)ใกล้เข้ามาแล้วใบหน้าของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็จะหม่นหมองและจะมีเสียงกล่าวว่า นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าร้องขอ(ในโลกดุนยา)

จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)พวกท่านจงบอกฉันซิว่า หากอัลลอฮฺจะทรงทำลายฉันและผู้ที่อยู่ร่วมกับฉัน หรือจะทรงเมตตาแก่พวกเรา ดังนั้นผู้ใดเล่าจะช่วยพวกปฏิเสธศรัทธาให้พ้นจากการลงโทษอันเจ็บปวด?

จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) พระองค์คือพระผู้ทรงกรุณาปรานี เราศรัทธาต่อพระองค์ แล้วเราขอมอบหมายแด่พระองค์ แล้วจะได้รู้ว่า ใครผู้ใดอยู่ในการหลงผิดอันชัดแจ้ง

จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)พวกท่านจงบอกฉันซิว่า หากแหล่งน้ำของพวกท่านเหือดแห้งลงดังนั้นผู้ใดเล่าจะนำน้ำที่ท่วมท้นมาให้พวกท่าน

 

 

อัลมุลก์

 

 

แปลกจริงน่ะ  เราสามารถรับรู้และเข้าใจเรื่องราวต่างๆได้ ตั้งแต่สิ่งที่เล็กที่สุดที่เรียกว่าเซลล์ ไปจนถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินคนา เรารับรู้ และเราก็เข้าใจ ไม่เพียงแค่นั้นเราสามารถรับรู้และสามารถเข้าใจเป็นอย่างดีด้วย แต่ไฉนเลยสิ่งที่พระองค์ทรงพูดกับเรา เราไม่เข้าใจ อัซตัฆฟิรุลลอฮ  การที่มนุษย์คนนึงได้มีโอกาสลืมตาดูโลก ได้มีโอกาสสรรหาปัจจัยเพื่อการดำรงอยู่ สรรหาทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่ง ค วา ม เ ข้า ใ จ ใ น ค วา ม เ ป็ น ม นุ ษ ย์  เขาสามารถมีความรู้ในด้านต่างๆจนแตกฉาน การแพทย์ พยาบาล วิศวะ นิติ ศิลป์ การเมือง การบัญชี ดาราศาสตร์ ชีววิทยา มนุษยศาสตร์ เคมี ...เค้ารับรู้ทุกอย่างที่พระเจ้าทรงเมตตาประทานความรู้ให้ แต่เค้าไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับพระเจ้าของเขาเลย

อัซตัฆฟิรุลลอฮ

 

 แม้แต่สิ่งที่พระเจ้าทรงพูดกับเค้า เค้าก็ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ อัซตัฆฟิรุลลอฮ  นับว่าขาดทุนอย่างมากหากเราเป็นบ่าวที่ไม่รู้ว่าพระเจ้าพูดอะไรกับเรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่ชนชาวอาหรับที่สามารถเข้าใจภาษาอาหรับได้ดี แต่จำเป็นที่เราทุกคนจะต้องเข้าใจภาษาอาหรับ เพราะภาษาอาหรับคือกุญแจดอกแรกที่จะทำให้เราได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้น

 

 

 แค่กุญแจดอกแรกยังหาไม่เจอ แล้วจะสามารถค้นพบขุมทรัพย์ที่มีค่ามากมายได้อย่างไร? อัซตัฆฟิรุลลอฮ

 

ขอพระองค์ได้โปรดช่วยเหลือเราและพี่น้องของเราในการเรียนรู้ภาษาของพระองค์ และขอพระองค์โปรดรับการงานของพวกเราด้วยเถิด อามีน

 

..................................................................................

 

 

>>It's time to....

 
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Gazze'de İsrail vahşeti
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 



ZALİM İSRAİL ZALİM AMERİKA..
MEDENİYET DEDİKLERİ,BARIŞ DEDİKLERİ BU İŞTE ..!

DAUALARIMIZ ONLARLA BERABER...
ALLAH RAHMET EYLESİN.
Dec. 30
ท่านอลีย์ ได้กล่าวว่า ฉันได้ฟังท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า "โอ้บิลาล ท่านจงลุกขึ้น พวกเราจะพักผ่อนด้วยการนมาซ" รายงานโดยอบู ดาวุด หะดีษที่4975
 
นักวิชาการได้อธิบาย"เป็นการพักผ่อนเพื่อทำให้จิตใจจดจ่อและคร่ำเคร่งอยู่กับการนมาซ"
นักวิชาการบางท่านอธิบายว่า"การนมาซเป็นการพักผ่อน เพราะถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมและเผชิญกับกิจการที่เกี่ยวกับโลกดุนยาภายหลังเสร็จสิ้นการนมาซแล้ว" (เอานุล มะอฺบูดฺ เล่ม 7 หน้า225)
คัดลอกจากหนังสือสอนอิสลามตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หน้า46ขยิบตา
Dec. 18
Salam wa rahmat alaikum
alhamdulillah กับการมีญามาอะฮฺที่ทำงานในหนทางของผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาล
ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแผ่ข้อมูลดีๆ เพื่อพี่น้องชาวนูรูลญันนะฮฺ จากอัตตัร
jazakumullohhukhoiran
alaikum bi assalamขยิบตา
Dec. 1
inshaallah hafizah wrote:
อัสสลามมุอาลัยกุมว่าเราะฮฺม่าตุ้ลลอฮฺว่าบะเรากาตู่
 
ได้เห็นความพยายาม
และ
ผลงานที่คลอดออกมาแล้ว
รู้สึกยินดีด้วยอย่างจริงใจSmile
 
แม้จะมีอุปสรรค/ภาระมากเเค่ไหน
ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ศรัทธาเเล้ว
ต้องอดทนไว้เสมอนะคะ
 
คิดถึงญะมาอัต"ที่นั่น"ทุกคน
แล้วเจอกันในดุอาค่ะ
Nov. 27
 
ลืมกล่องดินสอที่คณะ
กลัวหายจังเลย
แต่ไม่เป็นไร
ฝากดุอาให้ช่วยดูแล
 
ดุอาอ คือ มันสมองของอิบาดะฮ
อย่าลืมดุอาอให้พี่น้องของเราด้วยน่ะพี่น้องงงงงง
 
 
Nov. 13